เริ่มแล้ววันนี้ ‘เลิฟปัง รักปลอดภัย’ สปสช.แจกฟรี “ถุงยางอนามัย” เพื่อดูแลคนไทยวัยเจริญพันธุ์ ป้องกันภาวะท้องไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ขอรับได้ที่หน่วยบริการ สปสช. เพิ่มทางเลือกใหม่ เพื่อความสะดวกขอรับผ่านแอปเป๋าตัง พร้อมเตรียมเปิดตัวตู้จ่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัติในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. นี้ที่เมืองพัทยา

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่ สปสช. บรรจุ “บริการถุงยางอนามัย” เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาทิ โรคซิฟิลิส โรคมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี หนองใน หนองในเทียม และเอดส์ เป็นต้น

ในปี 2566 นี้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักต่อการเพิ่มความปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ (Safe sex) สปสช.ได้รณรงค์ภายใต้แคมเปญ “เลิฟปัง รักปลอดภัย” แก้ปัญหาท้องไม่พร้อม ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ‘แจกยาคุมกำเนิด-ถุงยางอนามัย’ ซึ่งในปี 2565 ที่ผ่านมาได้แจกยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานโดยเพิ่มทางเลือกใหม่นอกจากไปขอรับที่หน่วยบริการแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกขอรับผ่านแอปเป๋าตังได้ และในปี 2566 นี้ ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ขอรับผ่านแอปเป๋าตังได้เช่นกัน เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ สปสช. จัดเตรียมถุงยางอนามัยจำนวน 94,566,600 ชิ้นไว้แล้ว เพื่อให้บริการประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง 30 บาทที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์

“บริการถุงยางอนามัยปี 2566 ภายใต้สิทธิประโยชน์บัตรทองเพื่อประชาชนกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ ภายใต้แคมเปญ เลิฟปัง รักปลอดภัย เริ่มให้บริการฟรีแล้ววันนี้ โดยจะได้รับถุงยางอนามัยครั้งละ 10 ชิ้นต่อคนต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 52 ครั้ง/คน/ปี สามารถรับได้ที่หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่เข้าร่วมให้บริการในระบบบัตรทอง ด้วยการลงทะเบียนผ่านแอบพลิเคชัน “เป๋าตัง” บนสมาร์ทโฟน สำหรับกรณีผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ท่านสามารถใช้บัตรประชาชนลงทะเบียนและรับบริการได้ที่หน่วยบริการโดยตรงได้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลระบบบัตรทอง อาทิ หน่วยบริการประจำและหน่วยบริการปฐมภูมิ หน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้านเวชกรรม ด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ด้านบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ร้านยา และคลินิกชุมชนอบอุ่น เป็นต้น โดยสามารถดูรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ สปสช. https://www.nhso.go.th/page/hospital เลือกประเภทการขึ้นทะเบียนที่ระบุว่า บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ในการเข้ารับบริการถุงยางอนามัย สำหรับขนาดถุงยางอนามัยที่ให้บริการมี 4 ขนาดด้วยกัน คือ 1.ถุงยางอนามัย ขนาด 49 มม. 2.ถุงยางอนามัย ขนาด 52 มม. 3.ถุงยางอนามัย ขนาด 54 มม. และ 4.ถุงยางอนามัย ขนาด 56 มม. สามารถเลือกตามขนาดที่เหมาะสม

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ส่วนในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ซึ่งตรงกับ “วันวาเลนไทน์” สปสช.จะเริ่มให้การบริการถุงยางอนามัยผ่านตู้จ่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัติ เบื้องต้นจะนำร่องติดตั้งเครื่องจ่ายถุงยางอนามัย 3 จุดบริการในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกับการแถลงข่าวเปิดตัว ก่อนติดตั้งในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงถุงยางอนามัยให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีความอายและไม่กล้าเข้ารับถุงยางอนามัยที่หน่วยบริการ

“ขอเน้นย้ำและชี้แจงทำความเข้าใจด้วยว่า สิทธิประโยชน์บริการถุงยางอนามัยนี้ ไม่ได้เป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่ถึงวัยอันควร แต่เป็นบริการเพื่อประโยชน์ในการช่วยให้เข้าถึงการป้องกันภาวะท้องไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถือเป็นบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่มีความจำเป็น ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573 ให้บรรลุเป้าหมายด้วย” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามทั้ง 2 บริการคือ ถุงยางอนามัยและยาเม็ดคุมกำเนิดนั้น ขณะนี้ใช้ได้เฉพาะผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิบัตรทอง 30 บาทเท่านั้น ส่วนสิทธิอื่นๆ เช่น สิทธิประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ อยู่ระหว่างรอความชัดเจนและ สปสช.จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง แต่ระหว่างรอความชัดเจนนี้สามารถไปใช้บริการได้ที่สถานพยาบาลของรัฐ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1.สายด่วน สปสช. 1330
2.ช่องทางออนไลน์
• ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
• Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
https://www.facebook.com/NHSO.Thailand